หลังจากที่ Intel ได้เลื่อนวันออกชิปใหม่ Ivy Bridge อย่างเป็นทางการให้เร็วขึ้นกว่ากำหนดเดิมแล้ว กำหนดเดิมวันที่ 29 เดือนเมษายนมาเป็นวันที่ 23 เมษายนแทน ล่าสุดอินเทล (Intel) ก็ได้ประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับโพรเซสเซอร์ Core i รุ่นที่ 3 ที่เรียกว่า “Ivy Bridge” ซึ่งเป็นโพรเซสเซอร์ ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตชิป 22nm โดยจุดเด่นของชิปรุ่นนี้ นอกเหนือจากเทคโนโลยีการผลิตทรานซิสเตอร์แบบ 3D ที่ทำให้มีประสิทธิภาพในการทำงานมากกว่ารุ่น Sandy Bridge เดิมราว 20% แต่ใช้พลังงานลดลงราว 20% เช่นเดียวกัน นอกจากนั้นมันยังมาพร้อมกับการ์ดจอออนบอร์ดที่แรงกว่าเดิมถึง 30% กับ Intel HD Graphics 4000 รองรับ DirectX 11, OpenGL 3.1 และ OpenCL 1.1 และ Intel Quick Sync Video 2.0 นอกจากนั้นเมื่อใช้งานร่วมกับชิพเซ็ตซีรีส์ 7 ก็ยังทำให้ระบบรองรับเทคโนโลยีใหม่อื่นอย่าง PCI Express 3.0 และ USB3.0 อีกด้วย

Ivy Bridge จะเป็นโพรเซสเซอร์ที่ไปกับคอมพิวเตอร์ไฮบริดที่ทำงานด้วยระบบปฏิบัิตการ Windows 8 โดยผู้ใช้จะสามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพทั้งในฟังก์ชันของการเป็นแท็บเล็ตและโน้ตบุ๊กในเครื่องเดียวกัน โดยทางอินเทลได้ร่วมกับพันธมิตรผู้ผลิตพีซี (Acer, HP, Lenovo, etc.) ที่เตรียมส่งผลิตภัณฑ์ทีใช้ Ivy Bridge มากกว่า 570 รุ่น ซึ่งในจำนวนนี้มีเครื่องทีเป็นเดสก์ทอป และ All-In-One มากถึง 270 รุ่นเลยทีเดียว โดยในช่วงแรกทางบริษัทจะส่งโพรเซสเซอร์ Ivy Bridge ที่เป็นควอดคอร์ i5 และ i7 มากถึง 13 โมเดล ซึ่งเป็นโพรเซสเซอร์สำหรับเดสก์ทอป โน้ตบุ๊ก และออลอินวันพีซี (All-In-One PC)

เทคโนโลยี 3D Tri-Gate เปิดโอกาสให้ Intel สามารถลดขนาดของ die โปรเซสเซอร์ลงกว่าเดิม ขณะที่สามารถเพิ่มจำนวนทรานซิสเซอร์ไปได้มากขึ้น แม้ว่ากระบวนการนี้จะทำให้ขั้นตอนการผลิตซับซ้อนกว่า แต่ Intel บอกว่าต้นทุนการผลิตกลับเพิ่มเพียง 2-3% เท่านั้น แต่ข้อดีอื่นที่ได้คุ้มค่ากว่าหลายเท่า
สำหรับ Ivy Bridge ซึ่งทางอินเทลคาดว่า ราคาของอัลตร้าบุ๊กจะเหลือ 699 เหรียญฯ(ประมาณ 21,000 บาท) ในปลายปีนี้ ในขณะที่อัลตร้าบุ๊กที่ผลิตในจีนตอนนี้มีราคาแค่ 599 เหรียญฯ(หรือประมาณ 18,000 บาท) โดยผู้ใช้สามารถใช้งานในโหมดโน้ตบุ๊กที่เปิดหน้าจอขึ้นทำงานได้ตามปกติ ในขณะเดียวกันก็สามารถหมุนหน้าจอพับลงมา เพื่อใช้งานเป็น”แท็บเล็ต”หน้าจอสัมผัสได้อย่างสมบูรณ์แบบอีกด้วย
ที่มา: Slashgear

